คลังเก็บหมวดหมู่: ความรู้ทั่วไป

5 ประโยชน์จากการกระโดดเชือก

Published / by admin

             สำหรับคนที่กำลังมุ่งมั่นฟิตแอนด์เฟิร์มร่างกาย และกำลังมองหาวิธีดีๆ ที่จะทำให้คุณเผาผลาญได้มากอยู่ล่ะก็ วันนี้เรามีอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีมานำเสนอ

5 ประโยชน์จากการกระโดดเชือก thaihealthนั่นก็คือ                การออกกำลังกายด้วยการ “กระโดดเชือก” ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของหลายๆ ชนิดกีฬา นอกจากนี้การกระโดดเชือกไม่เพียงให้ประโยชน์ด้านการเผาผลาญเท่านั้น แต่ยังให้ประโยชน์ด้านอื่นๆ อีกด้วย ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น รีบไปอ่านกันเลย

1. เผาผลาญแคลอรี่ได้เป็นจำนวนมาก

เมื่อคุณกระโดดซ้ำๆ ร่างกายจะเผาผลาญแคลอรี่ได้มากถึง 800-1,000 แคลอรี่ต่อชั่วโมง เปรียบเทียบกับการเดินที่เผาผลาญเพียง 200-300 แคลอรี่ต่อชั่วโมงเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นการกระโดดเชือกโดยเฉพาะการกระโดดเชือกแบบเข้มข้น จะทำให้ร่างกายของคุณเปรียบเสมือนเครื่องยนต์ที่เผาไหม้ โดยแคลอรี่จะถูกเผาผลาญได้มากขึ้น ไม่เพียงแต่เฉพาะในช่วงที่ออกกำลังกายเท่านั้นแต่จะเผาผลาญอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันเลย

2. สามารถนำเชือกติดตัวไปได้ทุกที่

คุณสามารถนำเชือกใส่กระเป๋าติดตัวไปได้ในช่วงวันหยุด หรือเมื่อใดก็ตามที่คุณต้องการออกกำลังกายแบบเร่งด่วน หรือหากคุณมีเวลาช่วงสั้นๆ การออกกำลังกาย 4 นาทีแบบทาบาตะจะช่วยทำให้คุณแข็งแรงแม้ว่าจะไม่ได้ออกกำลังกายตามปกติ

3. ช่วยในเรื่องสมาธิและความพร้อมเพรียง

การกระโดดเชือกจะช่วยเพิ่มความพร้อมเพรียง รวมทั้งฝึกสมาธิของมือที่แกว่งเชือกกับเท้าที่กำลังกระโดดให้สัมพันธ์กัน เพราะถ้าคุณไม่มีสมาธิก็มีโอกาสที่จะหกล้มและบาดเจ็บได้

5 ประโยชน์จากการกระโดดเชือก thaihealth

4. ช่วยให้ผ่อนคลาย

เมื่อใดที่คุณกระโดดร่างกายก็จะปลดปล่อยสารเอ็นโดรฟินซึ่งทำหน้าที่บรรเทาความเจ็บปวด ช่วยให้มีความสุข และส่งผลให้รู้สึกผ่อนคลาย การหายใจเข้า-ออก ลึกๆ ขณะออกกำลังกาย สามารถทำให้จิตใจปลอดโปร่ง มีสมาธิเฉียบแหลม และเป็นการเพิ่มพลังให้แก่คุณ

5. ดีต่อสุขภาพหัวใจ

ไม่มีการออกกำลังกายใดที่ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่ม และทำให้หัวใจแข็งแรงได้ดีไปกว่าการกระโดดเชือก การกระโดดเชือกเป็นประจำจะช่วยบำรุงหัวใจและหลอดเลือด ทำให้ปอดและหัวใจสามารถส่งต่อออกซิเจนเพื่อกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อได้มากขึ้น

แนะนำท่าการกระโดดเชือก

1. ท่า Single unders :จับเชือกด้วยมือทั้ง 2 ข้าง กระโดด 1 ครั้งต่อการแกว่งเชือก 1 รอบ

2. ท่ายกเข่าสูง :จับเชือกด้วยมือทั้ง 2 ข้าง ยกเข่าซ้ายให้สูงพอๆกับหน้าอกเท่าที่คุณสามารถทำได้ สลับกับเข่าขวาในขณะที่แกว่งเชือก

3. ท่า Double unders :กระโดด 2 ครั้งต่อการแกว่งเชือก 1 รอบ ท่านี้เป็นการกระโดดเชือกขั้นสูง หากคุณทำไม่ได้ในครั้งแรก ไม่ต้องกังวล! เน้นการเกร็งกล้ามเนื้อให้มากที่สุดและเก็บแขนไว้ข้างลำตัวเวลาที่แกว่งเชือก ในไม่ช้าคุณก็จะทำได้หากหมั่นฝึกฝนบ่อยๆ

สังคมญี่ปุ่น…สังคมแห่งการเล่นกีฬา

Published / by admin

หลังจาการแข่งขันกีฬาช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่โรงเรียนของลูกชายทั้งสองผ่านไปทำให้ฉันได้เห็นว่าโรงเรียนญี่ปุ่นทุกโรงเรียนส่งเสริมให้เด็กทุกคนร่วมแข่งกีฬาและร่วมกิจกรรมในวันแข่งขันกีฬากันอย่างเต็มที่เพื่อให้เด็กทุกคนได้เรียนรู้จักการแพ้และชนะตั้งแต่ตัวเล็กๆ

การปลูกฝังให้เด็กเล่นกีฬาตั้งแต่อายุยังน้อย

ตั้งแต่ฉันและครอบครัวย้ายมาอยู่โตเกียวสิ่งที่พบเห็นได้บ่อยๆคือเวลาเย็นหลังจากเลิกเรียนมักเห็นเด็กใส่ชุดกีฬาหรือถืออุปกรณ์กีฬาเดินไปยังสถานที่เรียนและซ้อมกีฬา เด็กที่นี่ถูกปลูกฝังให้อยู่กับเกมส์กีฬาตั้งแต่เล็กๆ ทั้งกีฬาที่เป็นทีมหรือกีฬาเดี่ยวๆ

เด็กชายจำนวนไม่น้อยเล่นฟุตบอลและเบสบอลดังนั้นวันหยุดเสาร์อาทิตย์มักมีการแข่งขันให้เด็กลงสนามตามที่ต่างๆ ทั้งนี้เบสบอลเป็นกีฬาที่เป็นที่นิยมของคนญี่ปุ่นก็มักมีคุณพ่อที่เก่งเบสบอลเป็นโค้ชให้กับทีมลูกๆและจัดการแข่งขันในที่ต่างๆอยู่สม่ำเสมอสร้างแรงผลักดันให้เด็กอยากเล่นกีฬาให้เก่งขึ้นเพื่อเป็นนักกีฬาทีมชาติบ้างเป็นนักกีฬามืออาชีพบ้าง  จริงๆแล้วกีฬาทุกอย่างมีบทบาทสำคัญในการสร้างสุขภาพที่แข็งแรง สร้างความสนุกสนาน สร้างเพื่อน สร้างความมีระเบียบวินัยตลอดจนจิตใจที่เข้มแข็งเพราะรู้จักการแพ้ ชนะและการให้อภัย หากเป็นกีฬาประเภททีมก็ช่วยเสริมสร้างการทำงานเป็นทีม

การกีฬาสร้างความสนุกและสุขภาพที่แข็งแรงให้กับผู้ใหญ่

สิ่งที่ฉันเห็นคือไม่เฉพาะเพียงแต่เด็กเท่านั้นที่เล่นกีฬา แต่เพื่อนแม่บ้านญี่ปุ่นหลายคนรวมทั้งผู้สูงอายุจำนวนมากใช้เวลาว่างในการรวมกลุ่มเล่นกีฬาไม่ว่าจะเป็นเทนนิส วอลเลย์บอลและปิงปอง เป็นต้น พวกเขาสนุกที่ได้ซ้อมและแข่งกีฬาอย่างสม่ำเสมอ  ในแต่ละปีก็มีการรวมกลุ่มสมาชิกนักกีฬาไปเที่ยวพักผ่อนค้างคืน  ในที่ต่างๆเพื่อสร้างสัมพันธ์ของทีม ฉันได้รู้จักคุณยายวัย 83 ปีท่านหนึ่งซึ่งชอบคุยกับฉันและเล่าให้ฉันฟังว่าคุณยายมีซ้อมปิงปองอาทิตย์ละสองวันและมีการแข่งขันอยู่สม่ำเสมอ การเล่นกีฬาทำให้คุณยายมีสุขภาพที่แข็งแรงสามารถเดินไหนมาไหนอย่างคล่องแคล่วเพียงลำพังได้

วันกีฬาแห่งชาติ

วันจันทร์ของสัปดาห์ที่สองของเดือนตุลาคมเป็นวันหยุดเนื่องจากเป็นวันกีฬาแห่งชาติซึ่งเป็นวันของการระลึกถึงการแข่งกีฬาโอลิมปิกในญี่ปุ่นครั้งแรกในปี 1964 ก่อนปี ค.ศ. 2000 วันกีฬาแห่งชาติตรงกับวันที่ 10 ตุลาคมของทุกปีซึ่งเป็นวันที่มักมีอากาศดี อย่างไรก็ตามตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000  เป็นต้นมาวันกีฬาแห่งชาติได้ถูกปรับให้ตรงกับวันจันทร์สัปดาห์ที่สองของเดือนตุลาคมตามกฏหมายญี่ปุ่นเพื่อให้เข้าระบบวันหยุดยาว Happy Monday System ที่มีวันหยุดยาวสามวันตั้งแต่วันเสาร์ถึงจันทร์สำหรับผู้ทำงานห้าวันต่อสัปดาห์  ในวันกีฬาแห่งชาติก็มีการแข่งกรีฑาหรือมีกิจกรรมกีฬานอกสถานที่มากมายให้คนได้เข้าร่วมเพื่อส่งเสริมให้คนมีสุขภาพที่แข็งแรง

การวิ่งมาราธอนในวันกีฬาแห่งชาติ

การวิ่งมาราธอนในวันกีฬาแห่งชาติ

มุมมองของแม่ที่ลูกชายไม่ชอบเล่นกีฬา

บางครั้งเมื่ออยู่ในสังคมที่เด็กส่วนใหญ่เล่นกีฬาทำให้ฉันเคยกังวลกลัวลูกชายคนโตซึ่งไม่ชอบเล่นกีฬาไม่มีเพื่อน เนื่องจากเด็กญี่ปุ่นส่วนใหญ่มักมีกลุ่มเพื่อนที่เป็นนักกีฬาทีมเดียวกัน อย่างไรก็ตามระบบโรงเรียนญี่ปุ่นได้ให้เด็กทุกคนร่วมแข่งกีฬาและมีชั่วโมงพละที่มีการเล่นเกมส์กีฬาต่างๆอาทิตย์ละสามครั้งซึ่งส่งเสริมให้เด็กมีสุขภาพที่แข็งแรงและฝึกการเรียนรู้กฏเกณฑ์การเล่นกีฬาให้แก่เด็กทุกคนได้ ด้วยความที่ไม่ต้องไปซ้อมและแข่งกีฬาตามที่ต่างๆ ลูกชายคนโตของฉันมักมีความสุขกับการใช้เวลาว่างในการวาดเขียนรูปต่างๆที่ตัวเองชอบ

ฉันเองก็คิดว่าไม่ต้องไปกะเกณฑ์ให้ลูกต้องเป็นนักกีฬาเหมือนเพื่อน เพียงลูกมีความสนุกกับการเล่นกีฬาเพื่อออกกำลังกายและมีความสุขกับสิ่งที่ตนเองชอบก็เพียงพอแล้ว เราผู้เป็นพ่อแม่มีหน้าที่มองหาและสนับสนุนความพิเศษที่มีในตัวลูกเพื่อให้เขารู้สึกมั่นใจว่าตัวเขาเองก็มีความสามารถพิเศษที่มาจากความชอบของเขาเอง